อีเมล์ : 
รหัสผ่าน : 


   

   

   

   

   

   
  
  

 
 
พ่อท่านซัง (๑)

 

 พระครูอรรถธรรมรส นามเดิมชื่อ ซัง เป็นบุตรชายคนสุดท้องในจำนวน 3 คนของขุนวินศักดาวุธ (บุญจันทร์ ศักดาวุธ) และนางส้ม ศักดาวุธ เกิดเมื่อวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ.๒๓๙๔ ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ ปีกุล ณ บ้านพัง ตำบลควนพัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านมีพี่ผู้หญิงร่วมมารดาเดียวกัน ๒ คน คือนางรอด และนางแก้ว ซึ่งถึงแก่กรรมตั้งแต่วัยสาว ด้วยโรคระบาด 

 
พ.ศ.๒๔๐๔ ตอนท่านอายุได้ ๑๑ ปีได้เข้าเรียนหนังสืออักษรสมัย ในสำนักเรียนของอาจารย์นาควัดพัง หมู่ที่ ๑ ตำบลควนพัง 
 
พ.ศ.๒๔๐๖ ท่านอายุ ๑๓ ปี ได้ย้ายไปเรียนที่สำนักของอาจารย์รักษ์ วัดปัง (วัดคัธมาลี) เพื่อเรียนวิชาเลข และวิชาคัดลายมือ 
 
พ.ศ.๒๕๐๙ บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดปัง (วัดคัธมาลี) เล่าเรียนพระธรรมวินัยอยู่ ๑ พรรษา 
 
พ.ศ.๒๔๑๐ อายุ ๑๗ ปี ลาสิกขาบทจากสามเณร ไปรับราชการเป็นเสมียนที่ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง 
 
พ.ศ.๒๔๑๓ ลาออกจากราชการกลับมาอยู่ที่บ้านพัง อันเป็นภูมิลำเนาเดิม 
 
พ.ศ.๒๔๑๔ อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดปัง (วัดคัธมาลี) ตำบลควนพัง อำเภอร่อนพิบูลย์ มีพระอุปัชฌาย์รักษ์ วัดปัง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์นาค วัดพัง เป็นกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ทองดี เป็นอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันพุธ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะแม พ.ศ.๒๔๑๔ พระอุปัชฌาย์รักษ์ให้ฉายาว่า “สุวณฺโณ” ได้เล่าเรียนพระธรรมวินัยกับอาจารย์นาค วัดพัง ๑พรรษา 
 
พ.ศ.๒๔๑๕ ท่านย้ายจากวัดพัง มาอยู่กับอาจารย์เจ้ย วัดวัวหลุง ได้ศึกษาเล่าเรียน วิชาคันธะธุระ วิปัสสนาธุระ และไสยเวทย์วิทยาคม จนเชี่ ยวชาญ แตกฉาน สามารถบอกกล่าวและอบรมศิษย์ได้ และยังศึกษาจากอาจารย์ชู และอาจารย์สุดอีกด้วย 
 
พ.ศ.๒๔๒๕ ท่านอายุได้ ๓๒ ปี พรรษาที่ ๑๑ ท่านอาจารย์เจ้ย มรณภาพ ท่านซังได้เป็นเจ้าอาวาสแทน เอาใจใส่ทำนุบำรุงวัดให้ราบเตียน สะอาดร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นพิกุล เป็นลานวัดที่กว้างมาก จัดบริหารหมู่คณะว่ากล่าวอบรมสั่งสอนศิษย์ อุบาสกและอุบาสิกาให้อยู่ในศีลในธรรมอันดี ในสมัยนั้นไม่มีโรงเรียน ใครใคร่เรียนใครได้วิชาต้องมาอยู่วัด ศึกษาเล่าเรียนอักขระ อักษรสมัยกับท่านอาจารย์ซังที่วัด 
 
พ.ศ.๒๔๓๘ ท่านอายุได้ ๔๔ ปี พรรษาที่ ๒๔ ได้รับตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ให้บรรพชาอุปสมบทกุลบุตรในแขวงอำเภอร่อนพิบูลย์ และกิ่งอำเภอชะอวด 
 
พ.ศ.๒๔๔๑ ท่านอายุได้ ๔๗ พรรษาที่ ๒๗ ได้รับตำแหน่งเจ้าคณะแขวงอำเภอร่อนพิบูลย์ ปกครองวัด ๑๓ วัด พ่อท่านซังปกครองเรียบร้อยดี เสมอมา 
 
พ.ศ.๒๔๕๔ พระศิริธรรมมุนี (ม่วง) หรือพระรัตนธัชมุนี เจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งเป็นเจ้าคณะมณฑลนครศรีธรรมราช เห็นว่าพระอธิการซัง วัดวัวหลุง มีความสามารถ มีความอุตสาหะบริหารปกครองหมู่คณะได้ดี มีปฏิปทาเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของบรรดาพุทธศาสนิกชน จึงประทานตราตั้งเป็นพระครูเจ้าคณะแขวง เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๔๕ และให้เปิดโรงเรียนเชลยศักดิ์ สอนหนังสือไทย แทนการสอนของวัดที่เป็นอักขระขอมอย่างแต่ก่อนทั่วทุกวัด มี ๕ วัดคือ 
 
1. วัดพิศาลนฤมิตร 
2. วัดวัวหลุง มีครู 2 คน คือ ครูเนื่อง ดาวินพฤกษ์ เป็นครูใหญ่ ครูชม เหมมาลา ครูรอง 
3. วัดบ้านตูล (วัดสีตะลาการ) อยู่ในอำเภอชะอวด 
4. วัดเทา วัดธงทอง หรือวัดเสาธงในปัจจุบัน 
5. วัดดอนอินทนิน อยู่ในเขตอำเภอจุฬาภรณ์ในปัจจุบัน 
 
 
หากวัดใดไม่มีฆราวาสสอน ให้พระภิกษุสอนแทน มีเรื่องเล่าว่าพระศิริธรรมมุนี (ม่วง) หรือพระรัตนธัชมุนี เจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ ได้ออกมาประชุมเจ้าอาวาสทุกวัดขอให้เปิดสอนและสนับสนุนอุปการะ จักมีแต่พระอธิการแป้น เจ้าอาวาสวัดดอนอินทนินคัดค้านจะไม่เปิดสอน โดยให้เหตุผลว่าวัดของท่านสอนหนังสือบาลี (ขอม) อยู่แล้ว พ่อท่านซังส่งกระดาษไปให้แล้วบอกว่าให้เขียนคำว่า “ออฟฟิท” ให้ดู พระอธิการแป้นเขียนไม่ถูกเพราะอักษรขอมไม่มีตัว “ฟ” พระอธิการแป้นไม่ยอมรับว่าเขียนไม่ถูก พ่อท่านซังตำหนิเอาว่า ผิดแล้วไม่ยอมรับผิดและสั่งให้เปิดโรงเรียนสอนหนังสือสมัยให้ได้ พระอธิการแป้นจึงขัดใจกับพ่อท่านซังตลอดมา 
 
 
พ.ศ.๒๔๖๔ พ่อท่านซังอายุ ๗๐ ปี ๕๐ พรรษา ได้ชักชวนชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างกุฏิถาวรขึ้นหนึ่งหลัง กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เสาก่อด้วยปูนซิเมนต์สูง ๒.๕ เมตร ยกพื้นปูและกั้นด้วยไม้อย่างดี โดยช่างฝีมือดีเด่นในสมัยนั้น ปัจจุบันพระครูสุทธิธรรมรส ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้อนรับแขกและเก็บของ บนขอบประตูมีรูปพ่อท่านซังแขวนอยู่ ๓ รูป รูปกลางเป็นรูปนั่งเก้าอี้หวายถ่ายไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๑ 
 
 
พ.ศ.๒๔๖๗ เมื่อท่านอายุได้ ๗๓ ปี พรรษาที่ ๕๓ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูอรรถธรรมรส บริหารหมู่คณะสืบไป แต่ศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพศรัทธายังคงเรียก “พ่อท่านซัง” เหมือนเดิม 
 
พ.ศ.๒๔๗๒ ท่านอายุ ๗๘ ปี พรรษา ๕๘ ท่านชราภาพมากแล้วจนไม่สามารถบริหารงานได้สะดวก จึงทรงพระกรุณาโปรกเกล้าให้เป็นกิตติมศักดิ์พ้นจากตำแหน่งทางราชการ รวมเวลาที่ท่านเป็นเจ้าคณะแขวง ๓๑ ปี และหลังจากนั้นท่านพระครูกาแก้ว (หมุ่น อิสสโร) วัดหน้าพระบรมธาตุ มารับตำแหน่งเจ้าคณะแขวงต่อจากพ่อท่านซัง 
 
พ.ศ.๒๔๗๗ ท่านอายุ ๘๓ ปี พรรษาที่ ๖๓ ได้รับวิสุงคามสีมา แต่ยังไม่ได้สร้างอุโบสถเพราะขาดทุนทรัพย์ประกอบกับพ่อท่านชรามาก 
 
พ.ศ.๒๔๗๘ พ่อท่านอายุ ๘๔ ปี พรรษาที่ ๖๔ ศิษยานุศิษย์ได้พร้อมใจกันจัดงานพิธีสงน้ำ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ขึ้นเบญจา” สะเดาะห์เคราะห์ให้พ่อท่านซัง ในงานนี้พระยาสุราษฏร์ธานีศรีเกษตรนิคม (เต๋า ศตะกรูมะ) เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ได้ทราบกิติศัพท์ อภินิหาริย์ของพ่อท่านซัง จึงเดินทางมาร่วมงานด้วย 
 
คราหนึ่ง ศิษย์ก้นกุฏิที่คอยรับใช้ปรนนิบัติ ใกล้ชิดจนกระทั่งมรณภาพ ได้เล่าว่ามีคนถามท่านซังว่า “เมื่อพ่อท่านสิ้นบุญแล้วใครจะมาเป็นหัววัดแทนพ่อท่าน” พ่อท่านซังบอกว่า “หาใครมาอยู่หม้าย คุณตุ้งจะมาเฝ้าวัดเองแหละ” 
 
ต่อมาโรคได้กำเริบมากขึ้นเหลือความสามารถจะรักษาให้ทุเลาลงได้ ครั้นถึงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกาพ่อท่านก็ถึงกาลมรณภาพโดยสงบ รวมศิริอายุได้ ๘๔ ปี ๖๔ พรรษา ในปี พ.ศ.๒๔๘๐ ศิษยานุศิษย์จัดงานพระราชทางเพลงศพ ๓ วัน ๓ คืน มีมหรสพ หนังตลุง มโนราห์ แสดงตลอดงาน มีการทะเลาะวิวาท ตีหัว ฟันแทงกันตลอด ๒ คืน มีบาดเจ็บเป็นอันมาก ถึงตายก็มีใครจะห้ามปรามมิได้ 
 
ในคืนสุดท้าย พระยาสุราษฏร์ธานีศรีเกษตรนิคม เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชมาในงานพระราชทานเพลิง คืนนั้นในงานทั้งคืนมีแต่ความสงบเรียบร้อยไม่มีการทะเลาะวิวาทกันเลย 
 
 
ในงานพระราชทานเพลิงศพของพ่อท่านซังครั้งนี้ พระครูธรรมธร แห่งวัดราชาธิวาสซึ่งเป็นศิษย์เอกของพ่อท่านซังองค์หนึ่ง ได้ทำเหรียญที่ระลึกในงานปลงศพ เป็นเนื้อโลหะรมดำผูกด้วยริบบิ้นสีเหลืองใช้สำหรับคล้องคอ ใครจะเอากี่เหรียญก็ได้ไม่จำกัด มีคนแจกหลายคน มีครูปราณี (เหมมาลา) รอดบัวทอง ครูปรียา (เหมมาลา) สุวรรณปาน หลังจากพระราชทานเพลิงศพเสร็จสิ้นเรียบร้อยพระภิกษุลาสิกขาบทบ้าง ย้ายไปอยู่วัดอื่นบ้าง จึงเป็นวัดร้างอยู่ระยะหนึ่งดังวาจาสิทธิ์ของพ่อท่านว่า “หาใครมาอยู่หม้าย” 
 
 
พ.ศ.๒๔๘๒ ชาวบ้านวัวหลุงได้นิมนต์พระนิตย์ จนฺทโชโต จากวัดเทพพนมเชือด มาเป็นเจ้าอาวาส พระนิตย์ จนฺทโชโต ได้บูรณะตกแต่งกุฏิที่ชำรุดให้คงสภาพดีเหมือนเดิม และเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า “วัดเทพนิมิต” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ออกหลวงเทพธานี และได้รวบรวม ขัน พาน สัมฤทธิ์ ทองเหลือง ที่ชำรุดบ้าง ยังดีอยู่บ้างจากผู้ศรัทธาส่งไปให้พระครูธรรมธร ดำเนินการหล่อรูปเหมือนพ่อท่านซังนั่งสมาธิ 
 
พ.ศ.๒๔๘๓ พระนิตย์ จนฺทโชโต และชาวบ้านวัวหลุง ตกลงพร้อมใจกันรื้อถอนกุฎิทรงไทยแฝด ๓ หลัง หอฉัน ๑ หลัง สร้างอุโบสถชั่วคราวเสาไม้กลม หลังคามุงจาก ตรงห้องนอนพ่อท่านซัง ปั้นพระพุทธรูปพระประธาน ในพระอุระ บรรจุอัฐิทั้งหมดของพ่อท่านซังเอาไว้ ไม่ใช่บรรจุไว้ในรูปหล่อที่ประดิษฐานอยู่ในมณฑปดังที่หลายคนเข้าใจ นายต่วน เป็นช่างปั้นพระประธาน องค์นี้ 
 
ในส่วนของรูปหล่อพ่อท่านซังก่อนหน้านี้มีความสับสนกันว่าสร้างขึ้นเมื่อใด ตอนหลังใน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มีการย้ายรูปหล่อพ่อท่านซัง และพ่อท่านสังข์ (พระครูปิยธรรมคุณ) ไปไว้ที่ประดิษฐานชั่วคราวเพื่อสร้างมณฑปใหม่ ได้พบไม้ที่ฐานรองรูปหล่อมีอักษรสีทองจารึกไว้ว่า “พระครูอัตถธัมรส วัดวัวหลุง พ.ศ.๒๔๘๒” เป็นแบบข้อความที่ใช้ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม 
 
พ.ศ.๒๔๘๖ พระนิตย์ จนฺทโชโต ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัย พระภิกษุก็พากันย้ายออกกันหมด วัดวัวหลุงจึงกลายเป็นวัดร้างอีกครั้งหนึ่ง 
 
พ.ศ.๒๔๘๘ พระตุ้ง ไม่ทราบฉายา จำพรรษาอยู่ วัดจังหูน ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศิษย์พ่อท่านซังอีกรูปหนึ่ง เกิดบันดาลให้คิดถึงอาจารย์ ได้เดินทางมายังวัดของอาจารย์ พบเห็นสภาพชำรุดทรุดโทรม ชาวบ้านวัวหลุงทราบข่าวก็ออกมาพบ และนิมนต์พระตุ้ง ให้จำพรรษาที่วัดวัวหลุง ท่านรับนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส จนกระทั่งมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕ เหมือนคำของพ่อท่านซังว่า“หาใครมาอยู่หม้าย คุณตุ้งจะมาเฝ้าวัดเองแหละ” 
 
พ่อท่านสังข์ (พระครูปิยธรรมคุณ) พระครูสังข์
 
พ.ศ.๒๔๙๕ พระใบฏีกาสังข์ ปิยธมฺโม จากวัดสมควร (ตำบลควนหนองคว้า อำเภอร่อนพิบูลย์ ในปัจจุบัน) ได้มาดำเนินการจัดงานปลงศพพ่อท่านตุ้งจนเสร็จเรียบร้อย และพระใบฏีกาสังข์ ปิยธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสต่อได้ปฏิสังขรณ์บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะ รื้อถอนอุโบสถหลังเก่าหลังคามุงจาก สร้างใหม่เสาก่ออิฐถือปูน หลังคาเตรียมมุงกระเบื้องจะทำให้ถาวร แต่มุงจากไปชั่วคราวก่อน ผนังยังไม่ได้ก่อ
 
ต่อมาโดนพายุพัดพังหลังคาหักลงมาทับเด็กหญิงเสียชีวิตหนึ่งคน บาดเจ็บหลายคน พระใบฏีกาสังข์ ปิยธมฺโม ได้จัดการสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง เป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้อง ก่อฝาผนังเสร็จ ตรงที่เดิม ต่อมาปลูกศาลาโรงธรรมชั่วคราว เสาไม้กลมหลังคามุงจากอยู่ทางทิศใต้ห่างจากพระอุโบสถประมาณ ๕๐ เมตร 
 
พระใบฏีกาบวร สุทธิญาโณ หรือพระครูวิสุทธิธรรม
 
 ( พระใบฏีกาบวร สุทธิญาโณ หรือพระครูวิสุทธิธรรม เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ) 
 
 
 
   
เหรียญ “ ภปร.” พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง อ.ร่อนพิบูลย์
 
 
เหรียญ “ ภปร.” พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง อ.ร่อนพิบูลย์
โดยวิจิตร ปิยะศิริโสฬส (แพะ สงขลา)

!!!!!เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น 3 มีกี่พิมพ์กันแน่?????
 
 
โดย...วิจิตร ปิยะศิริโสฬส (แพะ สงขลา)

เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่ท่านพระครูวิสัยโสภณ(อาจารย์ทิม ธมฺมธโร)
เจ้าอาวาสวัดช้างให้ได้จัดสร้างขึ้นในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นมีมากมายหลายรุ่นหลายพิมพ์
ในบรรดาเหรียญทั้งหมดที่ท่านอาจารย์ทิมสร้างนั้น ท่านสร้างเหรียญรุ่น 3 จำนวนมากที่สุดและ
มีพิมพ์มากที่สุด อีกทั้งเป็นเหรียญที่มีประสบการณ์มากมายที่สุดและเป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่อง
พระบูชาไทย

รวบรวมวัตถุมงคลของพ่อท่านเขียว
 
 
ไม่ได้นำเสนอโดยนำมาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของหรือชี้แนะว่าเก๊หรือแท้ แต่ขอให้เป็นแนวทาง
ในการเสาะแสวงหาของวัตถุงมงคลของพ่อท่านเขียวมาครอบครองจะดีกว่านะครับ
รูปภาพทั้งหมดที่นำมาลงล้วนเป็นของท่านที่มีชื่อเสียงและมีต้นทุนทางด้านสังคมทั้งนั้น
จึงขอขอบคุณมาณที่นี่ด้วย


   

   

   
« พฤษภาคม2555 »
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

   

   
ไม่พบข้อมูล

   
อีเมล์ของคุณ :
 สมัคร    ยกเลิก

 
 

POWERED BY CHAIYO READY WEB
LEADER IN READY TEMPLATE SERVICE